<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม. ลงพื้นที่มอบ ‘ถุงกำลังใจ สู้โควิด’ ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงและผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ลงพื้นที่มอบถุงกำลังใจที่ชุมชนวังหนับอุทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม./ ผู้บริหาร 8 หน่วยงานในกระทรวง พม.ลงพื้นที่ชุมชนมอบถุงยังชีพ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; ที่ได้รับมอบจากสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี 6,796 ชุด ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ 28 เขต&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ถุงน้ำใจ&amp;rsquo; จากรัฐบาลและกระทรวง พม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (5 ส.ค. 64) เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ &amp;nbsp;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ &amp;nbsp;คนเร่ร่อน &amp;nbsp;คนไร้บ้าน &amp;nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชรี อาระยะกุล &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากผลกระทบดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวง พม. ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สิน&amp;nbsp; สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;จัดทำถุงยังชีพ จำนวน 6,796 ชุด เพื่อนำไปส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยติดเตียงที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุมเข้มงวดและสูงสุด &amp;nbsp;โดยกระทรวง พม. จะนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนในระหว่งวันที่ 6 - 8 สิงหาคมนี้&amp;rdquo; ปลัดกระทรวง พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในการลงพื้นที่แต่ละวันจะมีการแบ่งออกเป็น 8 ทีมๆ ละ 1 เขต ซึ่ง 8 ทีมจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันที่ 6 สิงหาคม &amp;nbsp;จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตคลองเตย &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;nbsp;บางกอกน้อย &amp;nbsp;ภาษีเจริญ &amp;nbsp;ดินแดง &amp;nbsp;ลาดพร้าวสะพานสูง และหนองจอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,891 ถุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 7 สิงหาคม จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง &amp;nbsp;คลองสาน &amp;nbsp;ตลิ่งชัน &amp;nbsp;บางแค &amp;nbsp;ห้วยขวาง &amp;nbsp;หลักสี่ &amp;nbsp;คันนายาว และคลองสามวา &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพจำนวน 929 ถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 8 สิงหาคม&amp;nbsp; จะลงพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ &amp;nbsp;เขตสวนหลวง &amp;nbsp;บางกอกใหญ่ &amp;nbsp;ทวีวัฒนา &amp;nbsp;บางบอน &amp;nbsp;พญาไท &amp;nbsp;ดอนเมือง ประเวศ &amp;nbsp;และมีนบุรี &amp;nbsp;รวมมอบถุงยังชีพ จำนวน 745 ถุง &amp;nbsp;รวม 3 วันจะมอบถุงยังชีพให้ผู้ป่วยติดเตียงได้ทั้งสิ้น จำนวน 3,565 ถุง &amp;nbsp;แต่ละถุงประกอบด้วย&amp;nbsp; ข้าวสาร 5 กิโลกรัม&amp;nbsp; ปลากระป๋อง&amp;nbsp; ผักกาดกระป๋อง&amp;nbsp; แอลกอฮอล์เจล&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้หากประชาชนกลุ่มเปราะบางประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนในช่วงโควิดสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่&amp;nbsp; 1.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.ลงมอบถุงน้ำใจ 3 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (6 สิงหาคม)&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนจากสำนักงานเขตสะพานสูงได้ลงพื้นที่ที่ชุมวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ถุงกำลังใจสู้โควิด&amp;rsquo; จากสำนักนายกรัฐมนตรีให้แก่ผู้แทนชุมชนในเขตสะพานสูงจำนวน 10 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 81 ถุง&amp;nbsp; เพื่อมอบต่อให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; เยี่ยมชาวชุมชนวังหนับอุทิศ&amp;nbsp; เขตสะพานสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้นายสมชาติและผู้แทนสำนักงานเขตสะพานสูงยังได้เยี่ยมผู้ป่วยและมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ไม่สามารถเดินหรือลุกนั่งได้สะดวกจำนวน 5 ราย&amp;nbsp; ได้แก่ 1.นางมะลิ&amp;nbsp; วงศ์หวังจันทร์&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; 78 ปี&amp;nbsp; ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้&amp;nbsp; 2.นายบุญธรรม&amp;nbsp; ชุ่มชื่น&amp;nbsp; อายุ 77 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดหัวใจตีบ&amp;nbsp; 3.ครอบครัวนางแฉล้ม&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อายุ 61 ปี&amp;nbsp; ลูกชาย 2 คน&amp;nbsp; มีอาการพิการทางประสาท&amp;nbsp; 4.นางสมจิตร&amp;nbsp; หวังพิทักษ์&amp;nbsp; อายุ 80 ปี&amp;nbsp; เส้นเลือดสมองตีบ&amp;nbsp; และ 5.นายมูหะหมัด&amp;nbsp; แซะวิเศษ&amp;nbsp; อายุ 86 ปี&amp;nbsp; โรคชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนกลุ่มเปราะบางและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้เดือดร้อนในครั้งนี้เป็นความห่วงใยของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ผู้แทนแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.ลงมาเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; รวมทั้งชวนสำนักงานเขตแต่ละเขตร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณ อพม.(อาสาพัฒนาชุมชน)&amp;nbsp; และ อสส. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ในแต่ละชุมชนที่ช่วยดูแลกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุติดเตียง&amp;nbsp; เพราะอาสาสมัครเหล่านี้เป็นคนในชุมชนจะรู้ดีว่าครอบครัวไหนมีความเดือดร้อน&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลืออย่างไรเพื่อให้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้ตรงเป้าหมาย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่าในวันที่ 7 สิงหาคมจะลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางที่ชุมชนในเขตคันนายาว&amp;nbsp; และวันที่ 8 สิงหาคมที่ชุมชนในเขตประเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวสะรีย๊ะ&amp;nbsp; มาลีพันธ์&amp;nbsp; อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) เขตสะพานสูง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ในแต่ละชุมชนจะมีอาสาสมัครต่างๆ ช่วยกันดูแลคนป่วย&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คล้ายกับ อสม.&amp;nbsp; โดยแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านสุขภาพ&amp;nbsp; อนามัย&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปให้คำแนะนำแก่กลุ่มเปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; โดยในเขตสะพานสูงมีอาสาสมัครต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp; รวมกันประมาณ 100 คน&amp;nbsp; กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงโควิดนี้&amp;nbsp; อาสาสมัครจะให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคแก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp; หากใครป่วยจะแยกมากักตัว&amp;nbsp; โดยทางอาสาสมัครจะเข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; และประสานไปทางสำนักงานเขตและศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อมาช่วยดูแล&amp;nbsp; และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของ สปสช. เพื่อให้ได้รับยาและติดตามอาการจนกว่าจะหายเป็นปกติ&amp;rdquo; นางสาวสะรีย๊ะบอกถึงบทบาทของอาสาสมัครในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมกิจการผู้สูงอายุ, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, กรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ถุงกำลังใจ สู้โควิด, นางพัชรี อาระยะกุล, นางสาวสะรีย๊ะ  มาลีพันธ์, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ประชาชนกลุ่มเปราะบาง, พม., มอบถุงยังชีพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี, อพม., อสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d1311452aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.&#039; จับมือภาคีเครือข่าย  ‘ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19’ ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร 200 คนหนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสู้ภัยโรคร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อโควิดโดยการสนับสนุนของชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จับมือภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;&amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp;ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร-ผู้นำชุมชน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลรวม 1,386&amp;nbsp; ชุมชนสู้ภัยโควิดช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคประสานภาคีเครือข่ายใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation&amp;nbsp; ดูแลผู้ป่วยในชุมชนแก้ปัญหาเตียงขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดทำแผนงานเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ลุกขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อควบคุม&amp;nbsp; ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทกระจายลงสู่ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในขณะนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด พอช. ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีเครือข่ายลงไปสนับสนุนการทำงานของชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 1,386 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เปิดแผนปฏิบัติการ &amp;lsquo;ขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ &amp;nbsp;(26 กรกฎาคม) ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้จัดประชุมผ่านระบบแอพพลิเคชั่นซูม&amp;nbsp; เพื่อปฐมนิเทศสร้างความเข้าใจ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร - เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้นำชุมชนต่างๆ และผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะชุมชนจะมีข้อมูลและรู้ว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; ครอบครัวไหนติดเชื้อ&amp;nbsp; หรือต้องกักตัว&amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทสนับสนุนชุมชนและเครือข่ายชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และอาสาสมัคร&amp;nbsp; เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดเอาปัญหาของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; เพื่อเอาชนะโควิดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรี&amp;nbsp; จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; มีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;โดย พอช.จะร่วมกับพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เครือข่าย&amp;nbsp; องค์กรพัฒนา&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นตาข่ายความร่วมมือ&amp;nbsp; เชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เพื่อหนุนเสริมพี่น้องชุมชนอย่างเต็มที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทตรวจเชื้อโควิดให้ชาวชุมชนที่ พอช.เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์ &amp;nbsp;คณะทำงานโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19 ฯ&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขภายนอกไม่สามารถรองรับพี่น้องชาวชุมชนได้&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายต่างๆ และ พอช.&amp;nbsp; โดยชุมชนและชาวบ้านจะต้องเป็นแกนหลักและดูศักยภาพของตนเองว่ามีอะไรบ้าง&amp;nbsp; พอช.และเครือข่ายจะหนุนเสริมด้านไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนกลไกการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; จะมีทีมวอร์รูม โดยมีผู้บริหาร พอช.ร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงาน&amp;nbsp; ประสานงานนโยบาย&amp;nbsp; กำหนดเครื่องมือและทรัพยากรในการสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทีมข้อมูลและรายงานผล&amp;nbsp; มีทีมปฏิบัติการจำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; ลงพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งคนไร้บ้านด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสยามแจงกลไกการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชุมชนที่มีความพร้อมสามารถวางแผนปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. และสามารถดำเนินการได้เลย&amp;nbsp; โดยยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 641 ชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเมือง 459 ชุมชน&amp;nbsp; และชุมชนที่ไม่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนเป็นชุมชน 286 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมปฏิบัติการทั้ง 11 ทีมจะมีหน้าที่ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สร้าง เชื่อมโยงเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 2.จัดทำข้อมูล สถานการณ์ ความต้องการระดับชุมชน&amp;nbsp; 3.จัดทำแผนปฎิบัติการระดับชุมชน (ระยะสั้น-ยาว)&amp;nbsp; 4.ประสานการแก้ไขปัญหา/ประสานกรมต่างๆ ในกระทรวงพม. / ระบบ HOME ISOLATION&amp;nbsp; 5.ประสานภาคีพัฒนา และกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.พัฒนาโครงการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; 7.ประเมินการต่อยอดงานพัฒนา พอช. (เช่น&amp;nbsp; จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย) &amp;nbsp;&amp;nbsp;8.จัดทำรายงานประจำสัปดาห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รอบเดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3 เดือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ประสบการณ์จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงแรกชุมชนเครือข่ายสลัม 4 ภาคในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ได้เตรียมเรื่องสถานที่พักคอยในชุมชนเพื่อเตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อ&amp;nbsp; แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ที่รุนแรง&amp;nbsp; ทำให้ไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้&amp;nbsp; เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงได้ชวนภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี (IHRI)&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก&amp;nbsp; โดยใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation (การแยกกักตัวที่บ้าน) เพราะอยู่ที่บ้านก็ยังมียา&amp;nbsp; มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์&amp;nbsp; มีอาหาร 3 มื้อ&amp;nbsp; และได้รับการดูแลจากทีมอาสาโควิดชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำหรือจิตอาสาในชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้ว&amp;nbsp; รวมทั้งใช้พื้นที่ในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์หรือที่ทำการชุมชนมาจัดทำเป็น Community&amp;nbsp; Isolation เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียวหรือเหลืองอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ระบบการดูแลที่บ้านหรือในชุมชนนี้&amp;nbsp; ถือเป็นระบบใหม่ที่จะเปลี่ยนวิธีคิด&amp;nbsp; จากเดิมที่คนป่วยจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; จะทำให้คนในชุมชนดูแลกันเองได้&amp;nbsp; แต่จะต้องปรับวิธีคิดของผู้นำชุมชนและชาวบ้านด้วย&amp;nbsp; เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด&amp;nbsp; และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยว่าสามารถรักษาตัวในชุมชนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากไม่เข้าใจก็จะเกิดความกลัวคนที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; และไล่ให้ออกไปรักษานอกชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวนพพรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบบการดูแลรักษาแบบ Home&amp;nbsp; Isolation และ Community&amp;nbsp; Isolation เครือข่ายสลัม 4 ภาคร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี  (Institute of HIV Research and Innovation = IHRI) จัดอบรมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคโควิด-19&amp;nbsp; การแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp; การตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแบ่งระดับสีผู้ป่วย&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากตรวจพบผู้มีความเสี่ยงสูง &amp;nbsp;จะแนะนำให้แยกตัวอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;หรือแยกมาอยู่ในศูนย์พักในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งอธิบายการรักษาตัวที่บ้าน &amp;nbsp;และสอบประวัติ&amp;nbsp; นำข้อมูลกรอกเข้าแบบฟอร์ม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มเสี่ยงที่ต้องแยกตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีม IHRI จะส่งยา&amp;nbsp; อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;วัดออกซิเจนไปให้&amp;nbsp; และผู้ดูแลจะต้องรายงานผลไปให้พยาบาลที่รับผิดชอบทุกวันเพื่อติดตามอาการ&amp;nbsp; หากป่วยไม่รุนแรง&amp;nbsp; ผู้ป่วยจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; หากไม่หายภายใน 14 วัน&amp;nbsp; จะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์ หรือเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; หากอาการไม่ดีขึ้นจะประสานการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมี 23 ชุมชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่เข้าร่วมโครงการนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนใหม่ไทรทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเพชรคลองจั่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนทองกิตติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนหลวงวิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนโรงหวาย&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านพูนสุข &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; บ้านเตื่อมฝัน &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลปิยะเวทให้คำปรึกษาดูแล&amp;nbsp; และมีศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนงบ ประมาณด้านยา&amp;nbsp; อุปกรณ์ &amp;nbsp;และอาหาร&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; และต้องการรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนโดยสแกน QR Code ได้ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;พอช.ใช้งบ 30 ล้านบาทหนุนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; แล้ว&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชน&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกัน&amp;nbsp; ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณให้ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; (รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลังหมู่บ้านพระปิ่น 5 ขายอาหารราคาถูกให้ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแผนงานรวมทั้งหมด 107 แผนงาน/กิจกรรม&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; อิ่มละ 20 บาท&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111166</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, IHRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การแยกกักตัวที่บ้าน, จุติ  ไกรฤกษ์, ทีมอาสาโควิดชุมชน, นางสาวนพพรรณ พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19, พม., พอช., ภาคีเครือข่าย, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, ระบบ Home  Isolation, ระบบการดูแลที่บ้าน, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี, สปสช., สสส., สู้ภัยโรคร้าย, อาสาสมัคร, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แก้ปัญหาเตียงขาดแคลน, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe77cf36703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อย ด้าน พอช.หนุนชาวบ้าน 31 เมือง 332 ชุมชนแก้ผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิดที่ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;พอช./ แพทย์ชนบทหลายจังหวัดระดมพลบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp; โดยในวันนี้ตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคและชาวชุมชนใกล้เคียงประมาณ 800 คนเข้าตรวจ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19 จัดกิจกรรม 107 แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เตรียมจุดพักคอย&amp;nbsp; ประสานการตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp; จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นราคาถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ประมาณ 30 ชุมชน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทตั้งจุดตรวจโควิดเชิงรุกที่ พอช.และอีก 30 ชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม) ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน&amp;nbsp; และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. &amp;nbsp;โดยมี นพ.อารักษ์&amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบทเดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคโควิดแก่ผู้มาตรวจเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยได้มาตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ พอช. โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และเครือข่ายของ พอช. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้&amp;nbsp; ถือเป็นการตรวจเชิงรุก&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ&amp;nbsp; และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก &amp;nbsp;รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; หากพบว่าติดเชื้อจริง&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจาก จ.สุโขทัย &amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท รู้ผลได้ภายใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในขณะนี้&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจน&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันสถานการณ์&amp;nbsp; และ 3.ขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของ &amp;lsquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rsquo; ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ ตามสิทธิของพลเมืองไทย&amp;nbsp; ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ มพ.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, &amp;nbsp;รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การตรวจคัดกรองโควิดที่ พอช.&amp;nbsp; นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp; ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยบริษัท​เออร์บันคลีนซินเนอร์จีมาช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหลังการตรวจหาเชื้อในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;#39;พอช.&amp;#39; หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตแพร่ระบาดสูงสุดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชาวชุมเมืองที่มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เพราะที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ&amp;nbsp; ประชากรหนาแน่น&amp;nbsp; โอกาสการแพร่เชื้อติดต่อกันจึงมีมาก&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นายสมชาติ ผอ.พอช. (ที่ 6 จากซ้ายไปขวา) กับทีมแพทย์ชนบทจากสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ใช้กลไกต่างๆ &amp;nbsp;ที่ชุมชนมีการจัดตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ได้รวมกลุ่มกันจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจำนวน 30 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติบอกว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; เป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมจัดทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึง 20 กรกฎาคม)&amp;nbsp; รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน &amp;nbsp;กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่เมืองบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พื้นที่ 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชนที่เสนอโครงการและผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp;รวม 107 แผนงาน/กิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; (อิ่มละ10- 20 บาท)&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;เครื่องวัดอุณหภูมิที่ชุมชนเมืองบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่จัดทำโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;22 ชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; มอบอาหารให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่พักคอย&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผักในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก 6 บ่อ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายที่เสนอโครงการมายัง พอช.&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;แปลงผักของชาวชุมชนเขตบางบอนและสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, Home Isolation, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดสุโขทัย, จัดสรรวัคซีน, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท, ชุมชนผู้มีรายได้น้อย, ตรวจโควิดเชิงรุก, นพ.อารักษ์  วงศ์วรชาติ, นางสาวนพพรรณ  พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, รัฐสวัสดิการ, สถานที่พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายประชาชน, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แพทย์ชนบท, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f22402188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหาร พอช.ดูต้นแบบความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ที่ชุมชนคลองเตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสาสมัครมูลนิธิดวงประทีปนำอาหารไปแจกผู้ที่กักตัวและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารแห้งและสิ่งของต่างๆ ที่มีผู้นำมาบริจาคให้แก่วัดสะพานเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (20 พฤษภาคม) ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น.&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร &amp;nbsp;ได้เดินทางมาที่ชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; เขตคลองเตย&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการช่วยเหลือชาวชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มูลนิธิดวงประทีปและวัดสะพาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ชุมชนคลองเตยซึ่งมีชุมชนต่างๆ ตั้งอยู่โดยรอบ&amp;nbsp; ประมาณ 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีประชากรรวมกันไม่ต่ำกว่า 80,000 คน&amp;nbsp; มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดรวดเร็วมาก&amp;nbsp;แต่ด้วยประสบการณ์ในการรับมือและช่วยเหลือกันของชาวชุมชนและมูลนิธิดวงประทีปตั้งแต่โควิดรอบแรกในปี 2563 &amp;nbsp;รวมทั้งการเข้ามาช่วยเหลือชุมชนของหน่วยงานต่างๆ ในขณะนี้จึงทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดลดความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางประทีป&amp;nbsp; อึ้งทรงธรรม&amp;nbsp; ฮาตะ&amp;nbsp; ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนคลองเตยในช่วงแรกเมื่อประมาณ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีการแพร่ระบาดที่รวดเร็วมาก&amp;nbsp; จากเริ่มต้นมีผู้ติดเชื้อไม่กี่คน&amp;nbsp; กลายเป็นหลักสิบ&amp;nbsp; และหลักร้อย&amp;nbsp; และตัวเลขทางการในขณะนี้มีผู้ที่ติดเชื้อประมาณ 1,400 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สถานการณ์ในช่วงนี้เริ่มดีขึ้น&amp;nbsp; โดยเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา&amp;nbsp; บางชุมชนแทบจะไม่มีผู้ที่ติดเชื้อเลย&amp;nbsp; แต่ที่น่ากังวลคือ&amp;nbsp; ตลาดสด&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่คลองเตย&amp;nbsp; แต่เป็นตลาดสดทั่วไป&amp;nbsp; หลายแห่ง&amp;nbsp; เพราะเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอย&amp;nbsp; มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย&amp;nbsp; โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติในตลาดที่ไม่ได้รับการดูแล&amp;nbsp; อยู่อาศัยในห้องเช่าเล็กๆ&amp;nbsp; ไม่มีการตรวจหาเชื้อ &amp;nbsp;ไม่ได้ฉีดวัคซีน &amp;nbsp;หรือมีก็น้อยมาก&amp;nbsp; รวมทั้งแรงงานก่อสร้างด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูประทีป (ยืนกลาง) และคณะผู้บริหาร พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นการดูแลเรื่องสุขภาพควรจะดูแลทุกคน&amp;nbsp; ไม่เฉพาะคนไทย&amp;nbsp; คนทุกคนที่อยู่ในเมืองไทยจะต้องได้รับการดูแลในเรื่องสุขภาพให้เสมอกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน &amp;nbsp;เพราะหากไม่ได้รับการดูแล&amp;nbsp; โอกาสที่เชื้อมันจะแพร่กระจายไปได้ง่าย&amp;nbsp; โดยหน่วยงานต่างๆ จะต้องมาร่วมมือกันทำงานด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในกรุงเทพฯ มีงบประมาณของ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ประมาณ 1,800 ล้านบาท&amp;nbsp; ดังนั้นควรจะเอาเงินจำนวนนี้มาขับเคลื่อน &amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; คนที่ป่วย&amp;nbsp; คนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; คนตกงาน ซึ่งมีมากมาย&amp;nbsp; ดังนั้นการดูแลเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp; ควรจะครอบคลุมคนเหล่านี้ด้วย&amp;nbsp; เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &amp;nbsp;และควรจะมีการปรึกษาหารือกันระหว่าง พอช.&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; กทม. และสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะ พอช.มีเครือข่ายสภาฯ อยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยให้ 4 หน่วยงานนี้มาดูแลประชาชนเพื่อให้มีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระพิศาลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน&amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนแรกคนในชุมชนคลองเตยเริ่มติดเชื้อโควิดกันมากขึ้น&amp;nbsp; บางคนต้องนอนรออยู่ในรถยนต์เพราะไม่รู้ว่าจะไปหาหมอที่ไหน&amp;nbsp; อาตมาจึงคิดเรื่องการจัดทำสถานที่พักคอยก่อนส่งผู้ป่วยไปรักษา&amp;nbsp; โดยใช้อาคารของสำนักงาน ป.ป.ส.ที่ตั้งอยู่ภายในวัดเป็นสถานที่พักคอย &amp;nbsp;และทำเรื่องขออนุญาตไปทาง กทม.และกรมควบคุมโรคเพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสวัดสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยกับทางวัด &amp;nbsp;เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อชาวบ้านไปตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; หากพบว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ในชุมชนใดให้ประธานชุมชนแจ้งข้อมูลผู้ที่ติดเชื้อไปที่สำนักงานเขตและทางวัด&amp;nbsp; จากนั้นทางวัดจะนำรถยนต์ไปรับผู้ที่ติดเชื้อเข้ามาพักที่สถานพักคอยในวัด (ใช้อาคารสำนักงาน ป.ป.ส.)&amp;nbsp; โดยทางวัดได้จัดเตรียมที่พักและอาหารเอาไว้ให้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นทางสำนักงานเขตจะมาตรวจสอบว่าผู้ติดเชื้ออยู่ในขั้นไหน&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;หากติดเชื้อรุนแรง&amp;nbsp; หรือมีสถานะสีแดง จะรีบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง&amp;nbsp; ติดเชื้อระดับปานกลางหรือสีเหลืองอาจส่งไปที่โรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp; หรือติดเชื้อแต่ยังไม่รุนแรงก็อาจส่งไปโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีบัตรทองเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่พักคอย&amp;nbsp; ใช้อาคารของสำนักงาน ป.ป.ส.ที่ตั้งอยู่ในวัดสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าอาวาสวัดสะพานกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้ออยู่ในสถานที่พักคอยประมาณ 20 ราย&amp;nbsp; ลดจากเดิมที่เคยมีจำนวนสูงสุดถึง 80 ราย&amp;nbsp; นอกจากนี้วัดยังทำอาหารแจกจ่ายให้ประชาชนในชุมชนประมาณวันละ 4,000-5,000 กล่อง&amp;nbsp; โดยมีทั้งอาสาสมัครชาวชุมชนและพระมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; เน้นแจกให้กับผู้ป่วย&amp;nbsp; ผู้ที่ต้องกักตัวสังเกตอาการ&amp;nbsp; คนตกงาน &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;โดยมีผู้มาบริจาคข้าวสารและอาหารสดต่างๆ&amp;nbsp; และวัดใช้งบประมาณทำอาหารอีกประมาณวันละ 20,000 บาท&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยได้นำเงินจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ พอช.มาบริจาคให้แก่วัดและชุมชนจำนวน 80,000 บาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้มาดูเพื่อเรียนรู้การจัดระบบดูแลโควิด-19 ของวัดสะพาน&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มแรกมาจากบทบาทของชุมชน &amp;nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือกัน &amp;nbsp;เพราะชุมชนจะรู้ดีว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; เมื่อรู้ว่าใครติดเชื้อผู้นำชุมชนก็จะประสานงานมายังวัดสะพานเพื่อส่งตัวผู้ที่ติดเชื้อมารอดูอาการ&amp;nbsp; มีอาหารให้ผู้ที่พักคอย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;บทบาทที่สำคัญคือวัดเข้ามามีบทบาทวางระบบการทำงานร่วมกันกับชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ในเขตคลองเตย&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; และ พอช.จะแนะนำให้ชุมชนและสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ มาศึกษาดูงานที่นี่&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดที่อาจจะรุนแรงขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ของ พม. เข้าถึงกลุ่มเปราะบางให้เร็วที่สุด&amp;nbsp; โดยขณะนี้มีโครงการ &amp;lsquo;เรามีเรา&amp;rsquo; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; 50 เขต โดยการแจกถุงยังชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรม Kick off ไปแล้วเมื่อวานนี้ (19 พ.ค.)&amp;nbsp; รวม 8 เขต&amp;nbsp; และจะเริ่มต่อไปจนครบ 50 เขตในเร็วๆนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบแล้วจะต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหนุนเสริมชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ชุมชนคลองเตย ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเปราะบางได้เร็วขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม &amp;lsquo;เรามีเรา&amp;rsquo; ที่ชุมชนในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103584</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ชุมชนคลองเตย, นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ป.ป.ส., พม., พระพิศาลธรรมานุสิฐ, พอช., มูลนิธิดวงประทีป, วัดสะพาน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เรามีเรา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a628a2d0c6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงงบสาธารณูปโภคบ้านมั่นคงบ่อบัว จ.ฉะเชิงเทรา 4.2 ล้านบาทไม่ได้หาย ยืนยันชุมชนใช้งบถมดิน-ปรับพื้นที่-ถนน-ท่อระบายน้ำในพื้นที่ 13 ไร่แต่ไม่พอทำทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / ผอ.พอช.ชี้แจงกรณีชาวบ้านร้องเรียนบ้านมั่นคงบ่อบัว&amp;nbsp; จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง &amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีการวางท่อระบายน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะงบประมาณสาธารณูปโภค&amp;nbsp; 4.2&amp;nbsp; ล้านบาทหายไป &amp;nbsp;ยืนยันชุมชนใช้งบทำสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถมดิน&amp;nbsp; ปรับพื้นที่&amp;nbsp; ทำถนน&amp;nbsp; ท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในพื้นที่ 13 ไร่ไปแล้ว&amp;nbsp; แต่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp; จึงไม่ได้ทำสาธารณูปโภคทั้งระบบ&amp;nbsp; จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp; ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; เสนอชาวบ้านทำประชาคมเพื่อให้ อบต.ในพื้นที่จัดงบประมาณสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อออนไลน์ &amp;nbsp;กรณีชาวบ้านบ่อบัวได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังภายในโครงการสหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว ตำบลชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากไม่มีการวางท่อหรือระบบระบายน้ำ ทั้งที่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณระบบสาธารณูปโภคจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ&amp;rsquo;พอช.&amp;rsquo; จำนวน &amp;nbsp;4.2 ล้านบาท &amp;nbsp;เมื่อปี 2550 &amp;nbsp;เพื่อถมดิน&amp;nbsp; ปรับพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตั้งไฟฟ้า ประปา &amp;nbsp;ท่อระบายน้ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (16 ตุลาคม) นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า&amp;nbsp; ชุมชนบ่อบัวมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; 242&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เดิมอาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยในเขตอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; ต่อมามีบริษัทเอกชนขอเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ&amp;nbsp; ชุมชนจึงถูกไล่รื้อ&amp;nbsp; ชาวชุมชนจึงรวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงที่ พอช.สนับสนุนในปี 2550&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็น &amp;lsquo;สหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว&amp;rsquo; เพื่อขอใช้สินเชื่อซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 120 ครอบครัว&amp;nbsp; จัดซื้อที่ดินบริเวณตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp; เนื้อที่ 13 ไร่เศษ&amp;nbsp; ในราคา 5,490,000 บาท&amp;nbsp; โดย พอช.อนุมัติสินเชื่อในเดือนมกราคม 2551&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผอ.พอช.ชี้แจงต่อไปว่า&amp;nbsp; หลังจากนั้นชุมชนจึงขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งในกรณีการสร้างบ้านในที่ดินใหม่&amp;nbsp; พอช.มีเกณฑ์สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคไม่เกินครัวเรือนละ 35,000 บาท&amp;nbsp; รวม 120 ครัวเรือน&amp;nbsp; เป็นเงินทั้งหมด 4,200,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนงบบริหารจัดการปรับปรุงชุมชน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 150,000 บาท&amp;nbsp; และงบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวม 2,400,000 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นงบทั้งหมดที่ พอช.อุดหนุน&amp;nbsp; 6,750,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต่อมาชุมชนได้จ้างผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปรับพื้น/บดอัด/ถมดิน พื้นที่ &amp;nbsp;13 ไร่ จำนวน&amp;nbsp; 2,300,000 บาท,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำถนนจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 600,000 บาท, ติดตั้งไฟฟ้า จำนวน&amp;nbsp; 650,000 &amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 350,000 บาท, ท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 350,000 บาท,&amp;nbsp; อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp; จำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และสำรวจรังวัด &amp;nbsp;จำนวน 4,150 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงินทั้งหมด&amp;nbsp; 4,404,150 บาท&amp;nbsp; ซึ่งงบประมาณการก่อสร้างสาธารณูโภคที่เกินมาประมาณ 200,000 บาทเศษนี้&amp;nbsp; ชุมชนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;งบประมาณการก่อสร้างสาธารณูปโภคจำนวน 4.2&amp;nbsp; ล้านบาทนี้&amp;nbsp; มีการเบิกจ่ายและตรวจสอบถูกต้องแล้ว&amp;nbsp; แต่เนื่องจากพื้นที่ของชุมชนมีเนื้อที่ 13 ไร่&amp;nbsp; งบประมาณส่วนใหญ่จึงใช้ไปกับการถมดิน&amp;nbsp; ปรับพื้นที่&amp;nbsp; บดอัด&amp;nbsp; รวมทั้งติดตั้งระบบไฟฟ้า&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; และทำถนนในชุมชน&amp;nbsp; ส่วนท่อระบายน้ำยังไม่มีการทำทั้งระบบ&amp;nbsp; ทั้งชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากงบประมาณไม่พอ&amp;nbsp; จึงอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ชาวบ้านในชุมชนบ่อบัวบางส่วนเคยร้องเรียนเรื่องงบสาธารณูปโภคมายัง พอช.&amp;nbsp; และทาง พอช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว&amp;nbsp; และล่าสุดเมื่อมีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานในจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งปรากฏข่าวตามสื่อมวลชน&amp;nbsp; ทางจังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้จัดประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้หน่วยงานที่เข้าประชุม &amp;nbsp;ประกอบด้วย ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกสหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ภาพรวมการประชุมชี้แจงดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและคณะกรรมการสหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว จำกัด ได้ชี้แจงแก่ผู้ที่ร้องเรียนถึงการใช้จ่ายงบประมาณสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคดังกล่าว &amp;nbsp;โดยสรุปได้ว่า &amp;nbsp;คณะกรรมการสหกรณ์ฯ ได้มีการดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณเป็น 3 งวดงาน &amp;nbsp;รวมถึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่นเพื่อใช้เป็นค่าปรับพื้นที่ดิน &amp;nbsp;การถมดิน/บดอัด &amp;nbsp;รวมถึงค่าระบบไฟฟ้า ประปา ฯลฯ ทั้งนี้เนื่องจากงบประมาณ จำนวน 4,200,000 บาท ที่ได้รับจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ไม่เพียงพอต่อการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคทั้งระบบ &amp;nbsp;จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;เนื่องจากสหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว &amp;nbsp;ได้ยกพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งในส่วนนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสนับสนุนงบประมาณมาดำเนินการได้ &amp;nbsp;ดังนั้นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้แนะนำให้สหกรณ์บ้านมั่นคงบ่อบัว &amp;nbsp;จัดประชาคมเพื่อขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่พิจารณาบรรจุในแผนพัฒนา 3 ปี &amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพิ่มเติมจากงบประมาณของสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (พอช.) และรับจะประสานการดำเนินการกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ให้ต่อไป &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20047</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉะเชิงเทรา, ชุมชน, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านมั่นคงบ่อบัว, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5c45ba9139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูบ้านหาดเล็กเป็นต้นแบบบ้านมั่นคงในที่ดินกรมเจ้าท่า 5 องค์กรร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อ.คลองใหญ่ จ.ตราด/&amp;nbsp; ชูบ้านหาดเล็กเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;5 หน่วยงาน&amp;nbsp; เทศบาล-ชุมชนตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; จังหวัดตราด&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; กรมเจ้าท่า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยกรมเจ้าท่าออกใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำแก่ชาวบ้านเพื่อซ่อมสร้างบ้านเฟสแรกแล้ว&amp;nbsp; 60 หลัง&amp;nbsp; และอยู่ในระหว่างการพิจารณารวมทั้งหมด 738&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.มอบงบสนับสนุนชุมชน 31 ล้านบาท&amp;nbsp; และจะร่วมกับกรมท่าแก้ปัญหาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนในที่ดินกรมเจ้าท่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; เนื่องจากที่ดินริมแม่น้ำและชายฝั่งทะเลที่กรมเจ้าท่าดูแลอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีประชาชนเข้าไปปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานาน&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เมื่อบ้านเรือนทรุดโทรมก็ไม่สามารถซ่อมแซมหรือปรับปรุงสภาพให้ดีขึ้นได้&amp;nbsp; เนื่องจากติดขัดกฎระเบียบของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย,พ.ร.บ.การประมง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลชุดปัจจุบันได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; โดยใช้ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; อ.คลองใหญ่&amp;nbsp; จ.ตราด&amp;nbsp; เป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหาที่ดินกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในวันนี้ (11 ตุลาคม) ที่เทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; มีการจัดงานเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เพื่อให้นานาประเทศให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชน&amp;nbsp; โดยเทศบาลตำบลหาดเล็กร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดงานนี้ขึ้น&amp;nbsp; สาระสำคัญของงานในวันนี้คือ&amp;nbsp; การลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนา &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่กรมเจ้าท่า&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 5 องค์กรร่วมลงนาม&amp;nbsp; มีพลเอกสุรศักดิ์&amp;nbsp; ศรีศักดิ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และนายธีระพงษ์&amp;nbsp; รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม&amp;nbsp; มีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามบันทึกความร่วมมือในวันนี้เป็นการลงนามระหว่าง 5 องค์กร&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; กรมเจ้าท่า&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; เทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดตราด&amp;nbsp; และจังหวัดตราด&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมเจ้าท่าในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็ก ให้มีความมั่นคง มีสภาพแวดล้อม&amp;nbsp; สังคม และเศรษฐกิจที่ดี โดยชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;การลงนามในครั้งนี้ทั้ง 5 องค์กรจะร่วมกันดำเนินการ&amp;nbsp; เพื่อให้ 1.ชุมชนมีกระบวนการออกแบบวางผัง วางแผนการพัฒนาชุมชน ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค สภาพแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่ครอบคลุมทุกมิติต่อไป &amp;nbsp;2. เพื่อร่วมกันพิจารณาวางหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินแบบแปลงรวมที่จะเอื้ออำนวยต่อการจัดระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน โดยกำหนดกติกา หลักเกณฑ์และจัดระบบการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน และป้องกันการปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำขยายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3. เพื่อให้เกิดการปรับปรุง ซ่อมแซมหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคงแข็งแรงเหมาะสมในการอยู่อาศัย ควบคู่กับการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; 4. เพื่อให้เกิดการผนึกพลังร่วมกันระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาตามแผนงานของชุมชน บูรณาการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เกิดรูปธรรมการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ ที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน&amp;nbsp; และ &amp;nbsp;5. เพื่อให้เกิดรูปธรรมในการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบขยายผลการเรียนรู้สู่ชุมชนอื่นที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายธีระพงษ์&amp;nbsp; รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคมกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กรมเจ้าท่าได้อนุญาตให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็กปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 32/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นล่วงล้ำลำน้ำ&amp;nbsp; โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ก่อสร้างที่อยู่อาศัยริมน้ำได้มาแจ้งสิทธิการครอบครอง&amp;nbsp; มีการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องและยืนยันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; หลังจากนั้นกรมเจ้าท่าจึงออกใบอนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำให้แก่ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็กชุดแรกจำนวน&amp;nbsp; 60 ครอบครัวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; และยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาอนุญาตอีกประมาณ 700 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตำบลหาดเล็กถือเป็นต้นแบบของชุมชนประมงชายฝั่งที่ชุมชนต้องการอาศัยอยู่ในที่ดินเดิมที่กรมเจ้าท่าดูแลอยู่&amp;nbsp; โดยกรมเจ้าท่ามีหน้าที่จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยกันดูแลไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; กรมเจ้าท่าจึงอนุญาตตามกฎหมาย&amp;nbsp; ส่วนชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศหากจะดำเนินการตามแบบอย่างของบ้านหาดเล็กก็สามารถทำได้&amp;rdquo; นายธีระพงษ์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์&amp;nbsp; ศรีศักดิ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีภารกิจที่สำคัญในการดูแลประชาชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชุมชนที่ถูกไล่ที่&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ รับผิดชอบ&amp;nbsp; ซึ่งการพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินของกรมเจ้าท่าที่บ้านหาดเล็กนี้&amp;nbsp; พอช.ได้มอบงบประมาณสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนและสาธารณูปโภคให้แก่ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินกรมเจ้าท่าทั้งหมด 738 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมงบประมาณ 31 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หากมีชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศที่อยู่อาศัยในที่ดินกรมเจ้าท่าจะดำเนินการในลักษณะเดียวกับบ้านหาดเล็ก&amp;nbsp; กระทรวง พม.และ พอช.ก็จะให้การสนับสนุนเช่นกัน&amp;nbsp; และไม่ใช่เฉพาะการซ่อมหรือสร้างบ้านเท่านั้น&amp;nbsp; แต่จะรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ รายได้&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงและมีความมั่งคั่ง&amp;nbsp; แต่ประชาชนจะต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นสหกรณ์&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.ก็จะมีงบประมาณสนับสนุนและให้สินเชื่อในการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;พลเอกสุรศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวกิจปภา&amp;nbsp; ประสิทธิเวช&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เทศบาลและชาวบ้านในตำบลหาดเล็กได้รับใบอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่าเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรมได้ &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้เทศบาลฯ และชาวบ้านได้ทำเรื่องเพื่อขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าตามระเบียบและขั้นตอนที่กรมเจ้าท่ากำหนดเอาไว้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้องเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม&amp;nbsp; เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ไม่เคยได้รับอนุญาตหรือได้รับอนุญาตแต่ปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 &amp;nbsp;และไปแจ้งต่อกรมเจ้าท่าภายใน 60 วันนับแต่มีคำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 (คำสั่งเมื่อ 4 กรกฎาคม 2560) จะได้ยกเว้นโทษทางอาญาและโทษปรับ&amp;nbsp; และกรมเจ้าท่าสามารถอนุญาตให้ซ่อมแซมบ้านเรือนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรมเฟสแรก จำนวน 60 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณไม่เกินหลังละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในชุมชนอีก ครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; โดยเริ่มซ่อมแซมบ้านระหว่างวันที่&amp;nbsp; 16-24 กันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีช่างอาสาจากเครือข่ายบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 &amp;nbsp;ช่างจากเทศบาลฯ และชาวบ้านในตำบลมาช่วยกันซ่อมบ้านประมาณวันละ 100 คน&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมบ้านเฟสแรกเสร็จแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หลังจากซ่อมแซมบ้าน 60 หลังแรกเสร็จแล้ว&amp;nbsp; เทศบาลตำบลหาดเล็กและชาวชุมชนจะร่วมกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรมและมีฐานะยากจนอีกประมาณ 230 หลังให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ จากเป้าหมายครอบครัวยากจนและบ้านเรือนทรุดโทรมทั้งหมด 738 ครอบครัว&amp;nbsp; โดยจะทยอยสร้างเป็นเฟส&amp;nbsp; ใช้แรงงานจากชุมชน&amp;nbsp; ช่างอาสาบ้านมั่นคง&amp;nbsp; และทหารนาวิกโยธินมาช่วยกันซ่อม&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; เพราะงบสนับสนุนจาก พอช.หลังละ 25,000 บาท&amp;nbsp; ถือว่าไม่มากนัก&amp;nbsp; เพราะวัสดุต่างๆ มีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้นบ้านที่ต้องซ่อมแซมมาก&amp;nbsp; เจ้าของบ้านจะต้องควักเงินออกมาร่วมสมทบ&amp;nbsp; และต้องไปช่วยบ้านอื่นๆ ซ่อมบ้านด้วยจะทำให้ซ่อมแซมบ้านได้เร็วขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีฯ กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ในจังหวัดตราดมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินกรมเจ้าท่าและมีความเดือดร้อนเนื่องจากสภาพบ้านเรือนที่ปลูกสร้างมานานอยู่ในสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่สามารถซ่อมแซมและปรับปรุงได้&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 26 ตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 อำเภอ&amp;nbsp; รวม 5,196 ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินกรมเจ้าท่าทั่วประเทศอีกจำนวนมาก&amp;nbsp; โดยตัวแทนชุมชนจากจังหวัดระยองและภูเก็ตที่มาร่วมงานในวันนี้บอกว่าจะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาที่บ้านหาดเล็กไปเป็นตัวอย่างเพราะมีปัญหาเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมลงนามในครั้งนี้มีดังนี้&amp;nbsp; เทศบาลและชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรมเจ้าท่าตำบลหาดเล็ก &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจข้อมูลผู้อยู่อาศัย &amp;nbsp;จัดกลุ่มตั้งกลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;อนุญาตให้ผู้อยู่อาศัยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารภายในขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า &amp;nbsp;จัดระบบป้องกันการขยายพื้นที่เพิ่ม &amp;nbsp;จัดการขยะ &amp;nbsp;น้ำเสีย&amp;nbsp; พัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชน และงานพัฒนาด้านต่างๆ ให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;โดยเทศบาลร่วมสนับสนุนบุคลากรและงบประมาณตามแผนพัฒนาท้องถิ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดตราด ประสานสนับสนุนงานพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่ตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;จัดการขยะ &amp;nbsp;และน้ำเสีย &amp;nbsp;รวมทั้งประสานชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรมเจ้าท่าตำบลอื่น &amp;nbsp;เพื่อสำรวจข้อมูลวางแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และร่วมจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กรมเจ้าท่า อนุญาตให้ผู้อยู่อาศัยปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำในพื้นที่รับผิดชอบของกรมเจ้าท่า และควบคุมการอนุญาตให้ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักอาศัยของพนักงานท้องถิ่นให้อยู่ภายในขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ควบคุมดูแลการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;การปรับปรุงซ่อมแซมที่พักอาศัย &amp;nbsp;รวมถึงการจัดสาธารณูปโภคในชุมชนมิให้กระทบต่อสภาพแวดล้อมทางน้ำหรือประโยชน์สาธารณะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สนับสนุนการจัดทำข้อมูล &amp;nbsp;ออกแบบ &amp;nbsp;วางผัง&amp;nbsp; วางแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระบบสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อม คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน เชื่อมโยงเครือข่ายชุมชน และภาคีหน่วยงาน &amp;nbsp;เพื่อหนุนช่วยการพัฒนาพื้นที่เทศบาลตำบลหาดเล็กให้เป็นตัวอย่างรูปธรรมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชนสนับสนุนการจัดแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่กรมเจ้าท่า และแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จังหวัดตราด &amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยพื้นที่เทศบาลตำบลหาดเล็ก ให้เกิดตัวอย่างรูปธรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ในทุกมิติที่ชัดเจน &amp;nbsp;ขยายการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยสู่พื้นที่กรมเจ้าท่าตำบลอื่น &amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัดต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในปีนี้&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกันจัดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก,&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; กสบ.หมู่ 5 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ, อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา,&amp;nbsp; จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; และจังหวัดสตูล&amp;nbsp; ส่วนที่เทศบาลตำบลหาดเล็ก อ.คลองใหญ่&amp;nbsp; จ.ตราด&amp;nbsp; มีประชาชนจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ที่อาศัยอยู่ในดินกรมเจ้าท่าเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 1,000 คน&amp;nbsp; เพื่อศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากประเทศเอเซียที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อินเดีย&amp;nbsp; ศรีลังกา ปากีสถาน&amp;nbsp; บังคลาเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; ฟิลิปินส์&amp;nbsp; เวียดนาม&amp;nbsp; ฯลฯ เข้าร่วมงานนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19684</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองใหญ่ จ.ตราด, คุณภาพชีวิต, ชุมชน, ที่อยู่อาศัย, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านหาดเล็ก, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf1049b6d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงข่าวบ้านริมคลอง  ช่วยให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงและถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ ผอ.พอช.ชี้แจงข่าวบ้านมั่นคงริมคลอง&amp;nbsp; กรณีศรีสุวรรณและชาวชุมชนริมคลองบางส่วนยื่นหนังสือร้องเรียนไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ยืนยันทำตามนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคลองของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; โดยมีเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; พร้อมสินเชื่อสร้างบ้านไม่เกิน 400,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและรายได้&amp;nbsp; ที่ผ่านมาดำเนินการเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; 31 ชุมชน รวม 2,602&amp;nbsp; หลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;nbsp; พร้อมชาวชุมชนริมคลองจำนวนหนึ่งไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประชาชน (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) ถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 6 กันยายน&amp;nbsp; เพื่อขอให้สั่งการให้กรมธนารักษ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแจ้งอัยการเพื่อถอนฟ้องชาวบ้านที่ไม่ขัดขวางโครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งชี้แจงการไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ดำเนินการ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าได้รับเงินช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคเพียงหลังละ 50,000 บาท&amp;nbsp; และชาวบ้านไม่อยากเป็นหนี้จึงไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่คล่องตัว&amp;nbsp; เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2555&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความเห็นให้มีการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ&amp;nbsp; และสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนิน&amp;nbsp; จนมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยให้สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; รับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วน พอช.รัฐบาลมอบหมายให้จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนใดที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; หลังจากที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวเขื่อนแล้ว&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้สะดวกต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน&amp;nbsp; ดังนั้นทุกครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่าๆ กัน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp; ดังนั้นบ้านที่สร้างใหม่จะเป็นบ้าน 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาดประมาณ&amp;nbsp; 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 2.หากชุมชนใดอยู่ในที่ดินเดิมไม่ได้&amp;nbsp; เพราะที่ดินเหลือจากแนวสร้างเขื่อนไม่พอ&amp;nbsp; ชาวบ้านจะต้องรวมตัวกันไปจัดหาที่ดินเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวถึงงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่ว่า&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 50,000 บาท (ถนน&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ระบบบำบัดน้ำเสียรวม)&amp;nbsp; งบอุดหนุนการสร้างบ้านครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท (ค่าเช่าบ้าน, ค่ารื้อย้าย, ลดหย่อนเงินกู้&amp;nbsp; ฯลฯ)&amp;nbsp; รวมเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามราคาก่อสร้างบ้านจริง (ไม่เกิน 400,000 บาท) ผ่อนชำระคืน 15-20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาท (คงที่ตลอดสัญญา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; หรือ &amp;ldquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว 2,602 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 31 ชุมชน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; และเตรียมก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 314&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวจำนวน 5,196&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และยังมีผู้ที่ไม่เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 1,645 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการดำเนินการฟ้องร้องแกนนำชาวบ้านที่ไม่เข้าร่วมหรือคัดค้านการจัดระเบียบชุมชนริมคลองนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลที่ดินราชพัสดุริมคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ริมคลองส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ชาวบ้านเข้าไปปลูกสร้างบ้านเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; กรมธนารักษ์จึงให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองเช่าที่ดินริมคลองจากกรมธนารักษ์ในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; ราคาตารางวาละ 1.50 - 3 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก&amp;nbsp; และเช่าที่ดินได้คราวละ 30 ปี&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ทั้งนี้ประชาชนที่จะทำสัญญาเช่าที่ดิน&amp;nbsp; จะต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เคหสถานและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งเรื่องการเช่าที่ดินและก่อสร้างบ้านเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะมีการจัดทำแผนงานที่อยู่อาศัยรองรับ&amp;nbsp; มีงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แม้จะไม่ได้ช่วยเหลือทั้งหมด&amp;nbsp; แต่ประชาชนก็จะต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเองด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ก็จะร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีสวนหย่อม&amp;nbsp; มีทางจักรยานเลียบคลอง&amp;nbsp; มีสนามเด็กเล่น&amp;nbsp; มีบ้านกลางสำหรับผู้ด้อยโอกาสในชุมชนได้อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในปี 2559 ได้มีกลุ่มชาวบ้านชุมชนวังหิน&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; รวม 54 คน&amp;nbsp; ซึ่งคัดค้านโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการเขตจตุจักรและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; กรณีเขตจตุจักรมีคำสั่งให้ชาวชุมชนวังหินรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ&amp;nbsp; โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า...&amp;rdquo;คดีนี้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43&amp;nbsp; ได้เข้าไปปลูกสร้างบ้านพักอาศัยในที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีจึงเป็นการบุกรุกที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ&amp;nbsp; อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย...ดังนั้นโดยนิตินัย&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43 จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องร้องในคดีได้....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า&amp;nbsp; การสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวจะทำให้พื้นที่คลองเปิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้การขุดลอกคูคลองได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; มีทางระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp; และนอกจากเรื่องระบายน้ำแล้วยังเป็นเรื่องทางสัญจรด้วย&amp;nbsp; เพราะเป็นนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ล้อ&amp;nbsp; ราง&amp;nbsp; เรือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อนั่งเรือแล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ที่คัดค้านและยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า&amp;nbsp; และทาง กทม.มีมาตรการจะใช้ ปว.44 &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น&amp;nbsp; ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่เขตทั้ง 8 เขตเข้าไปพูดคุยอีกครั้งหนึ่งก่อน&amp;nbsp; แต่ถ้าพูดคุยแล้วยังไม่เรียบร้อย&amp;nbsp; เพื่อให้งานเดินและให้เสร็จตามเป้าอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ ปว.44&amp;nbsp; ซึ่งทางรองผู้ว่า กทม. นายจักรพันธ์ ผิวงาม &amp;nbsp;ที่คุมสำนักระบายน้ำจะเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอผู้ว่าฯ อีกครั้งภายใน&amp;nbsp; 1- 2 เดือนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสกลธีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวตามสัญญาจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562&amp;nbsp; แต่จากปัญหากลุ่มชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; ซึ่ง กทม.จะดำเนินการตามกฎหมายมีทั้งหมดประมาณ 470 หลังในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 8 เขต&amp;nbsp; ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; จึงคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการติดประกาศเพื่อให้ผู้รุกล้ำลำคลองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน&amp;nbsp; หากยังดื้อแพ่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดินราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มแกนนำชุมชนริมคลองประมาณ 65 &amp;nbsp;รายที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, นายสกลธี  ภัททิยกุล, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9111ca49b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
